เมืองไทย แคปปิตอล Muangthai Capital

ข่าวสารและกิจกรรม

MTC เตรียมเสนอขายหุ้นกู้จำนวน 4 ชุด อายุ 3-8 ปี ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง [2.95% - 4.00%] ต่อปี คาดเปิดจองระหว่างวันที่ 24 - 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 นี้

MTC เตรียมเสนอขายหุ้นกู้จำนวน 4 ชุด อายุ 3-8 ปี ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง [2.95% - 4.00%] ต่อปี คาดเปิดจองระหว่างวันที่ 24 - 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 นี้

ข่าวประชาสัมพันธ์, ข่าวสารและกิจกรรม

บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “MTC”) เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่จำนวน 4 ชุด ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป และ ผู้ลงทุนสถาบัน (เฉพาะผู้ลงทุนสถาบันที่เป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้นและให้จองซื้อในฐานะผู้ลงทุนทั่วไป) ประกอบด้วย หุ้นกู้อายุ 3 ปี อายุ 4 ปี อายุ 5 ปี 11 เดือน 29 วัน และอายุ 8 ปี คาดว่าจะเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 24 - 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ “A-(tha)” โดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568 นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ นายปริทัศน์ เพชรอำไพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า บริษัทฯ อยู่ระหว่างยื่นแบบแสดงรายงานข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวน ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เพื่อออกและเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ต่อผู้ลงทุนทั่วไป และ ผู้ลงทุนสถาบัน (เฉพาะผู้ลงทุนสถาบันที่เป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้นและให้จองซื้อในฐานะผู้ลงทุนทั่วไป) โดยหุ้นกู้ MTC ทั้ง 4 ชุด มีรายละเอียด ดังนี้ หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [2.95-3.05%] ต่อปี หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.15-3.25%] ต่อปี หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 5 ปี 11 เดือน 29 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.50%] ต่อปี และ หุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 8 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [4.00%] ต่อปี หุ้นกู้ MTC ทั้ง 4 ชุด มีกำหนดชำระดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ เว้นดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะชำระในวันครบกำหนดไถ่ถอนของหุ้นกู้แต่ละชุด โดยคาดว่าจะเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 24 - 26 พฤศจิกายนพ.ศ. 2568 นี้ จองซื้อจำนวนขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท โดยวัตถุประสงค์การจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ เพื่อไปใช้ชำระคืนหนี้จากการออกตราสารหนี้ (roll-over) และเพื่อขยายพอร์ตสินเชื่อของบริษัทฯ นายปริทัศน์ เพชรอำไพ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในปี 2568 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อที่ร้อยละ 10–15 พร้อมคุมสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (NPL) ให้ไม่เกินร้อยละ 2.70 ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 บริษัทฯ มีสินเชื่อคงค้างจำนวน 174,807 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.43 จากสิ้นปี 2567 ที่มีสินเชื่อคงค้างจำนวน 164,242 ล้านบาท โดยผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 7,546 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,647 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.45 และร้อยละ 14.06 ตามลำดับ จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวม 6,832 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,444 ล้านบาท และสำหรับผลการดำเนินงานทั้งปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้รวม 27,902 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 5,867 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 13.76 และร้อยละ 19.59 ตามลำดับ จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยสำหรับไตรมาส 2 ของปี 2568 บริษัทฯ ได้เปิดสาขาเพิ่มขึ้น จำนวน 130 สาขา ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2568 บริษัทฯ มีสาขาทั้งสิ้น 8,433 สาขา ซึ่งครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ นอกจากนี้ ณ สิ้นไตรมาส 2 ของปี 2568 บริษัทฯ ยังดำรงอัตราส่วนของสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (ค้างชำระเกิน 3 เดือน) ต่อลูกหนี้เงินให้สินเชื่อทั้งหมด (NPL Ratio) ที่ร้อยละ 2.62 ซึ่งอัตราส่วนดังกล่าวปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก ณ สิ้นปี 2567 ที่ร้อยละ 2.75 ทั้งนี้ Credit Cost ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.48 จากสิ้นปี 2567 ที่ร้อยละ 3.02 “เมืองไทย แคปปิตอล ยังคงมุ่งเน้นการบริการทางการเงินในมาตรฐานระดับสากลอย่างมีความรับผิดชอบและเป็นธรรม ควบคู่การดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล คำนึงถึงผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม จนได้รับการจัดอันดับอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน โดยได้รับการประเมินที่ระดับ AAA ในปี 2567 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย ประจำปี 2567 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors: IOD) ในระดับดีเลิศ (Excellent CG Scoring) หรือ 5 ดาว เป็นปีที่ 7 ติดต่อกันอีกด้วย ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นผู้นำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในมาตรฐานระดับโลก (World-class Thai Microfinance) ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการเงินระดับโลก ได้แก่ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) รัฐบาลเยอรมนี (KfW DEG) บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (International Finance Corporation : IFC) ซึ่งเป็นสถาบันในกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ผ่านการลงทุนในหุ้นกู้เพื่อสังคมของบริษัทฯ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยที่มีสุภาพสตรีเป็นเจ้าของ” นายปริทัศน์ กล่าว สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ MTC สามารถจองซื้อจำนวนขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th หรือติดต่อผ่านสถาบันการเงินซึ่งเป็นผู้จัดการการจำหน่ายหุ้นกู้ ดังนี้ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (ยกเว้นสาขาไมโคร) โทร. 1333 หรือจองซื้อผ่านแอปพลิเคชัน Bangkok Bank Mobile Banking สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดา ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (โดยบุคคลธรรมดาจองซื้อทางออนไลน์ผ่านhttps://www.kasikornbank.com/kmyinvest ยกเว้นบุคคลสัญชาติต่างด้าว และนิติบุคคล สามารถจองซื้อผ่านสำนักงานใหญ่และสาขา) โทร. 02-888-8888 กด 869 และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) (โดยบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน Mobile Application - CIMB Thai) โทร. 02-626-7777 หมายเหตุ: บริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้ การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เงื่อนไขการจัดจำหน่ายเป็นไปตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวน คำเตือน: โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในร่างหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนตามรายละเอียดด้านล่าง QR Download หนังสือชี้ชวนสำหรับโครงการ หนังสือชี้ชวนสำหรับการเสนอขายหุ้นกู้และการจองซื้อครั้งนี้

เมืองไทย แคปปิตอล คว้ารางวัล ASEAN Asset Class PLCs จากการประเมิน ASEAN Corporate Governance Scorecard ประจำปี 2567

เมืองไทย แคปปิตอล คว้ารางวัล ASEAN Asset Class PLCs จากการประเมิน ASEAN Corporate Governance Scorecard ประจำปี 2567

ข่าวสารและกิจกรรม

บมจ. เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) คว้ารางวัล ASEAN Asset Class PLCs จากการประเมิน ASEAN Corporate Governance Scorecard ประจำปี 2567 การประเมินดังกล่าวเป็นโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนภูมิภาคอาเซียน 2567 จากบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ จำนวน 569 แห่งในประเทศต่าง ๆ ของอาเซียน โดยรางวัลนี้เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีจริยธรรมของบริษัทฯตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับมาตรฐานสากล และเป็นที่ยอมรับจากผู้ลงทุนนานาประเทศ อีกทั้งคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ด้วยการรักษามาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาล (ESG) ได้อย่างยั่งยืน จากการประกาศผลรางวัลในเวที ASEAN Corporate Governance Conference and Awards 2025 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ASEAN Capital Markets Forum (ACMF) และธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank หรือ ADB) ทั้งนี้ ASEAN CG Scorecard เป็นโครงการที่ริเริ่มโดย ASEAN Capital Markets Forum (ACMF) เมื่อปี 2555 จากการสนับสนุนของ ก.ล.ต. ในอาเซียน เพื่อทำการประเมินการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน 6 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ซึ่งมีมูลค่าตามราคาตลาดสูงสุด 100 อันดับแรก ณ วันที่ 31 พฤษภาคม (ประเมินทุก ๆ 2 ปี) การประเมินระดับประเทศใช้เกณฑ์ที่พัฒนามาจากหลักเกณฑ์ OECD โดยประเมินจากข้อมูลที่บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยต่อสาธารณะ และมีกระบวนการตรวจสอบคะแนนจากประเทศอื่น (Peer Review) เพื่อให้มั่นใจว่าทุกประเทศมีมาตรฐานการประเมินสอดคล้องกันสำหรับ ASEAN CG Scorecard

MTC ได้รับการประเมินคุณภาพการจัดการประชุมผู้ถือหุ้น ประจำปี 2568 (AGM Checklist) อยู่ในเกณฑ์ “ดีเยี่ยม”

MTC ได้รับการประเมินคุณภาพการจัดการประชุมผู้ถือหุ้น ประจำปี 2568 (AGM Checklist) อยู่ในเกณฑ์ “ดีเยี่ยม”

ข่าวสารและกิจกรรม

บมจ. เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) ได้รับการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2568 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดขึ้นโดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย โดยบริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับคะแนนอยู่ในเกณฑ์ “ดีเยี่ยม” (4 เหรียญ) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี คำนึงถึงสิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทุกกลุ่ม ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลกิจการอย่างแท้จริง เพื่อสร้างกลไกถ่วงดุลและตรวจสอบ (Check & Balance) ในการบริหารที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ อันเป็นหัวใจสำคัญของการมี บรรษัทภิบาลที่ดี และนำไปสู่เป้าหมายของการยกระดับบรรษัทภิบาลของบริษัทฯ ในระดับมาตรฐานสากลต่อไป

เมืองไทย แคปปิตอล ส่งมอบเครื่องมือแพทย์มูลค่า 2.7 ล้านบาท เพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลสุโขทัย

เมืองไทย แคปปิตอล ส่งมอบเครื่องมือแพทย์มูลค่า 2.7 ล้านบาท เพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลสุโขทัย

ข่าวสารและกิจกรรม, CSR

บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ได้บริจาคเครื่องมือทางการแพทย์มูลค่ารวม 2,700,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลสุโขทัย เพื่อสนับสนุนการรักษาพยาบาลและเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลผู้ป่วยของโรงพยาบาลในระดับจังหวัด โดยมี นายแพทย์สุนทร อินทรพิบูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุโขทัย เป็นผู้รับมอบ รายการเครื่องมือทางการแพทย์ ประกอบด้วย • เครื่องช่วยหายใจชนิดควบคุมปริมาตรและความดันแบบเคลื่อนย้ายได้ จำนวน 4 เครื่อง • เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจชนิดไบเฟสิก พร้อมภาควัดออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด จำนวน 2 เครื่อง โดยเครื่องมือทั้งหมดจะนำไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤต เพิ่มโอกาสในการรักษา และลดความเสี่ยงในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกลที่ยังต้องการการสนับสนุนด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้น ณ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลสุโขทัย เมื่อเร็วๆ นี้

การกล่าวโทษ จากการปฏิบัติฝ่าฝืนหลักเกณฑ์การบริหารจัดการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct)

การกล่าวโทษ จากการปฏิบัติฝ่าฝืนหลักเกณฑ์การบริหารจัดการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct)

ข่าวสารและกิจกรรม

ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้กล่าวโทษบริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด กล่าวคือ (1) บริษัททำสัญญาปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนชำระหนี้ของสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยการปิดสัญญาเดิม และนำดอกเบี้ยคงค้างและค่าธรรมเนียมตามสัญญาเดิมมารวมเป็นเงินต้นตามสัญญาใหม่แล้วคิดดอกเบี้ยบนดอกเบี้ยคงค้างและหรือค่าธรรมเนียมในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้นอีก อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่องสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 12/2563 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 13/2566 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2566 และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส2. 4/2563 เรื่อง การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market conduct) ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2563 (2) บริษัททำสัญญาปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนชำระหนี้ของสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ โดยการปิดสัญญาเดิมและนำดอกเบี้ยคงค้างและค่าธรรมเนียมตามสัญญาเดิมมารวมเป็นเงินต้นตามสัญญาใหม่แล้วคิดดอกเบี้ยบนดอกเบี้ยคงค้างและหรือค่าธรรมเนียมในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้นอีก อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ)ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 13/2563 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 14/2566 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจ สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2566 และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส2. 4/2563 เรื่อง การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market conduct) ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2563 ซึ่งการกระทำตามข้อ (1) และ (2) เป็นความผิดตามข้อ 7 ต้องระวางโทษตามข้อ 17 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ทั้งนี้ บริษัทได้ยุติการจัดทำสัญญาใหม่ที่มีลักษณะฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวพร้อมทั้งเยียวยาลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบแล้ว ผลการดำเนินคดีในชั้นพนักงานอัยการ 25 มีนาคม 2569) พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องบริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน), นางดาวนภา พัชรชัย และนายศึกษิต พัชรชัย รวม 3 คน ต่อศาลอาญาตลิ่งชัน ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล จากกรณีดังกล่าว ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามกฎหมาย ประกาศของกระทรวงการคลังและ ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เกี่ยวข้อง โดยเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลภายใน มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจในหลักการปฏิบัติต่อผู้บริโภคอย่างเป็นธรรม สิทธิของลูกหนี้ตามกฎหมาย และการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าอย่างโปร่งใสและมีจริยธรรม รวมทั้งการใช้ภาษาที่ชัดเจนและไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความรับผิดชอบต่อสังคมและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ขอยืนยันความมุ่งมั่นในการจะดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ประกาศกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด ตลอดจนยึดมั่นในการให้บริการที่คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเป็นสำคัญ

เมืองไทย แคปปิตอล เดินหน้าโครงการ “เมืองไทยร่วมใจ ปันโอกาส ปันเทคโนโลยี (I-Tech for Teens)” เสริมโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชน

เมืองไทย แคปปิตอล เดินหน้าโครงการ “เมืองไทยร่วมใจ ปันโอกาส ปันเทคโนโลยี (I-Tech for Teens)” เสริมโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชน

ข่าวสารและกิจกรรม, CSR

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เดินหน้าสานต่อโครงการ “เมืองไทยร่วมใจ ปันโอกาส ปันเทคโนโลยี (I-Tech for Teens)” อย่างต่อเนื่อง ด้วยการส่งมอบคอมพิวเตอร์จำนวน 10 เครื่อง ให้แก่โรงเรียนชายเขาวิทยา หมู่ 5 ตำบลน้ำริด อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยยอดบริจาคสะสมจากโครงการนี้มีจำนวนรวมมากกว่า 100 เครื่องแล้วในปัจจุบัน คอมพิวเตอร์ที่นำไปส่งมอบในครั้งนี้ มาจากการนำเครื่องเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาปรับปรุง ซ่อมแซม และคืนสภาพให้สามารถใช้งานได้อีกครั้งอย่างเหมาะสม เพื่อร่วมลดและป้องกันปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว นอกจากการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว โครงการนี้ยังมุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยมอบคอมพิวเตอร์ให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ขาดแคลน เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ เสริมสร้างทักษะ และเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงเทคโนโลยีของเด็กและเยาวชนไทยได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะผลักดันโครงการ “เมืองไทยร่วมใจ ปันโอกาส ปันเทคโนโลยี (I-Tech for Teens)” ให้เป็นหนึ่งในกลไกการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมส่งเสริมให้เยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ได้เติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม

เมืองไทย แคปปิตอล ร่วมใจบริจาคโลหิต (Blood for Chance) ประจำปี 2568

เมืองไทย แคปปิตอล ร่วมใจบริจาคโลหิต (Blood for Chance) ประจำปี 2568

ข่าวสารและกิจกรรม, CSR

นายสุรพงษ์ เพ็ชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส , นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ คณะผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ถ่ายภาพร่วมกันเนื่องในโอกาส จัดกิจกรรม เมืองไทย แคปปิตอล ร่วมใจบริจาคโลหิต (Blood for Chance) ประจำปี 2568 เป็นกิจกรรมที่บริษัทได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี โดยในแต่ละปีมีการตั้งเป้าหมายให้พนักงานทั่วประเทศเข้าร่วมบริจาคมากกว่า 60% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด และภายใน 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถส่งมอบโลหิตได้เป็นจำนวน 15,377 ยูนิต ซึ่งอาจสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้มากถึง 46,131 ราย เป็นความตั้งใจช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องการโลหิต เพราะปัจจุบันปัญหาขาดแคลนโลหิตมีมากขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายส่งมอบโลหิตมากกว่า 9,800 ยูนิต โดยเชิญชวนพนักงานกว่า 8,400 สาขาทั่วประเทศ ร่วมกันบริจาคโลหิตให้แก่สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลใกล้บ้าน สำหรับโครงการดังกล่าวมีระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน – 30 กันยายน 2568 โดยพนักงานที่มีความประสงค์ สามารถร่วมบริจาคโลหิตได้ที่ศูนย์บริการโลหิต และโรงพยาบาลทั่วประเทศ

MTC คว้ารางวัล “Best Micro Finance Company Thailand 2025” จากเวที Global Banking & Finance Awards สะท้อนเชื่อมั่นระดับสากลต่อบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากไทย

MTC คว้ารางวัล “Best Micro Finance Company Thailand 2025” จากเวที Global Banking & Finance Awards สะท้อนเชื่อมั่นระดับสากลต่อบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากไทย

ข่าวสารและกิจกรรม, ข่าวประชาสัมพันธ์

บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล หรือ MTC ประสบความสำเร็จระดับโลก! คว้ารางวัล “Best Micro Finance Company Thailand 2025” จากเวที Global Banking & Finance Awards สะท้อนความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติต่อบทบาทสำคัญขององค์กร ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC) ผู้ให้บริการทางการเงินในมาตรฐานระดับโลกที่มุ่งมั่นส่งมอบแหล่งเงินทุนคุณภาพแก่ประชาชนทุกกลุ่มอาชีพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม สนับสนุนกิจการท้องถิ่นให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ สร้างรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตอกย้ำศักยภาพและความเป็นผู้นำในธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ของไทย ด้วยการคว้ารางวัล “Best Micro Finance Company Thailand 2025” จากเวที Global Banking & Finance Awards® ที่มอบโดยสื่อการเงินชั้นนำจากสหราชอาณาจักร Global Banking & Finance Review แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของ MTC ในการส่งมอบบริการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย โปร่งใส และยั่งยืน โดยเฉพาะการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์องค์กรในการสร้าง “สังคมที่ทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการเงินได้อย่างเป็นธรรม” “เราไม่เพียงให้สินเชื่อ แต่เรากำลังสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็งให้กับประเทศไทย การได้รับรางวัลในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งกำลังใจสำคัญสำหรับผมและพนักงาน MTC ทุกคน ที่ได้ทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการขับเคลื่อนธุรกิจ สร้างโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อของคนไทย ซึ่งต้องยอมรับว่าหลายคนยังขาดโอกาส และเราพร้อมเดินหน้ามอบบริการทางการเงินในมาตรฐานสากล เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนเคียงข้างสังคมไทย” นายปริทัศน์ กล่าว สำหรับเวที Global Banking & Finance Awards® ถือเป็นรางวัลระดับสากล ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยพิจารณาจากเกณฑ์ด้านการเติบโต ความยั่งยืน นวัตกรรม บทบาทต่อชุมชน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการอย่างแท้จริง MTC มีเครือข่ายสาขาครอบคลุมทุกระดับชุมชนของประเทศ พร้อมผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์คนไทยทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อทะเบียนรถ สินเชื่อรายย่อย หรือบริการเพื่อผู้ประกอบการท้องถิ่น ทั้งยังเดินหน้ายกระดับเทคโนโลยีบริการลูกค้าแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบรางวัลนี้ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จขององค์กร แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ว่าการทำธุรกิจเพื่อสังคมสามารถเดินควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ MTC ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสทางการเงินอย่างเท่าเทียม โดยร่วมมือกับสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ อาทิเช่น องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA), บริษัทเพื่อการลงทุนและการพัฒนาแห่งเยอรมนี (DEG) และ บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพร้อมยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยได้รับการประเมิน “ดีเลิศ” (5 ดาว) ด้านการกำกับดูแลกิจการ, ระดับ AAA จาก ESG Rating ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ ระดับ AA จากดัชนี MSCI ESG Index ตอกย้ำบทบาทผู้นำระดับโลกในธุรกิจไมโครไฟแนนซ์อย่างแท้จริง

เมืองไทย แคปปิตอลเปิดบ้านต้อนรับสมาคมนักลงทุนฯ โชว์วิสัยทัศน์-กลยุทธ์เติบโตยั่งยืน

เมืองไทย แคปปิตอลเปิดบ้านต้อนรับสมาคมนักลงทุนฯ โชว์วิสัยทัศน์-กลยุทธ์เติบโตยั่งยืน

ข่าวสารและกิจกรรม

นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC) ถ่ายภาพร่วมกับ นายคณิน เหรียญทองเลิศ ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนด้านพื้นฐาน สมาคมนักลงทุนประเทศไทย เนื่องในโอกาสให้การต้อนรับนักลงทุนจากสมาคมนักลงทุนประเทศไทย เข้าเยี่ยมชมกิจการ พร้อมรับฟังวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ โดยบริษัทฯ มีนโยบายดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี บริหารงานด้วยความโปร่งใส มุ่งมั่นพัฒนาให้ MTC เติบโตเคียงคู่กับสังคมไทย

MTC คว้ารางวัล Thailand Capital Markets Deal of the Year จาก IFR Asia Award 2024

MTC คว้ารางวัล Thailand Capital Markets Deal of the Year จาก IFR Asia Award 2024

ข่าวประชาสัมพันธ์, ข่าวสารและกิจกรรม

บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) มุ่งสู่เป้าหมายผู้นำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ระดับโลก (World Class Thai Microfinance) สุดปลื้ม!หุ้นกู้เพื่อสังคม อายุ 4 ปี มูลค่า 335 ล้านดอลลาร์ ได้รับรางวัลระดับภูมิภาค Thailand Capital Markets Deal of the Year จาก งาน IFR Asia Award 2024 ฟากผู้บริหาร “ปริทัศน์ เพชรอำไพ”ระบุถือเป็นบริษัทในประเทศไทยรายแรกที่ออกในรอบ 20 ปี ยอดจองล้น 5 เท่า รับแผนนำไปใช้ในการสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนแก่เกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อยสุภาพสตรี ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC) เปิดเผยว่า บริษัทฯได้รับรางวัลระดับภูมิภาค Thailand Capital Markets Deal of the Year ในงาน IFR Asia Award 2024 ซึ่งจัดโดย International Financing Review Asia (IFR Asia) นิตยสารด้านตลาดเงินและตลาดทุนชั้นนำของโลก จากการที่ MTC ได้มีการออกหุ้นกู้เพื่อสังคมอายุ 4 ปี มูลค่า 335 ล้านดอลลาร์ ในเดือนกันยายน 2567 “ถือเป็นครั้งแรกของการเสนอขายหุ้นกู้ผลตอบแทนสูงในตลาดต่างประเทศ จากบริษัทผู้ออกตราสารหนี้ของประเทศไทยครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี โดยการออกหุ้นกู้เพื่อสังคมในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี ส่งผลให้มียอดจองซื้อเกือบ 5 เท่าของมูลค่าที่เสนอขาย” สำหรับเงินที่ได้รับจากระดมทุนครั้งนี้จะนำไปใช้ในการสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนแก่ เกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อยสุภาพสตรี ตามกรอบหลักเกณฑ์สำหรับตราสารหนี้เพื่อสังคมของบริษัทฯ ซึ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างการเข้าถึงบริการทางการเงิน การสร้างอาชีพ และการส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน โดยเป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) รองกรรมการผู้จัดการ MTC กล่าวอีกว่า การออกหุ้นกู้ในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของบริษัทฯ ในการกระจายแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศและยังช่วยบริหารความเสี่ยงทางการเงินของบริษัทฯ นับเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัท ฯ ในการเป็นผู้นำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในระดับโลก (World Class Thai Microfinance) ที่มุ่งเน้นการบริการทางการเงินในมาตรฐานระดับสากลอย่างมีความรับผิดชอบและเป็นธรรม ควบคู่การดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล

เมืองไทย แคปปิตอล  ร่วมลงนามก่อสร้าง “อาคารจิตเมตตา ชูชาติ-ดาวนภา แห่งที่ 4” อาคารผู้ป่วยนอกและศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย

เมืองไทย แคปปิตอล  ร่วมลงนามก่อสร้าง “อาคารจิตเมตตา ชูชาติ-ดาวนภา แห่งที่ 4” อาคารผู้ป่วยนอกและศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย

ข่าวสารและกิจกรรม, CSR

คุณปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทเมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ได้เข้าร่วมการประชุมลงนามในสัญญาก่อสร้าง “อาคารจิตเมตตา ชูชาติ-ดาวนภา แห่งที่ 4” อาคารผู้ป่วยนอกและศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย มูลค่า 50,000,000 บาท โดยได้กล่าวถึงเจตนารมณ์อันดีงามของคุณชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหารและคุณดาวนภา เพชรอำไพ กรรมการผู้จัดการ ที่ปรารถนาจะมอบโอกาสในการเข้าถึงการรักษาทางการแพทย์ที่ดีขึ้นแก่ชุมชนในจังหวัดบ้านเกิด ด้วยความตั้งใจที่จะบริจาคให้ครอบคลุมทั้ง 9 อำเภอในจังหวัดสุโขทัย ร่วมกับแพทย์หญิง ธัญญารัตน์ สิทธิวงศ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการใช้โรงพยาบาล เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นทุกปีและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ และ ดร. จตุวัฒน์ วโรดมพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Smart Green Building Network (ที่ปรึกษา LEED) ได้กล่าวถึงที่มาของมาตรฐาน LEED และแนวทางการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดกระบวนการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลกงไกรลาศ ที่ผ่านมา สำหรับอาคารผู้ป่วยนอกและศูนย์ทันตกรรมแห่งนี้ เป็นอาคาร 4 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวม 4,300 ตารางเมตร จัดสรรพื้นที่เป็นห้องต่าง ๆ ครอบคลุมการรักษาทั้งผู้ป่วยนอก แพทย์แผนไทย และทันตกรรม โดยร่วมกับสถาบันอาศรมศิลป์ออกแบบสถาปัตยกรรมภายใต้แนวคิด “Sustainability and Future Hospital” ผสานการใช้แสงจากธรรมชาติ ช่วยเยียวยาบำบัดจิตใจและร่างกาย ตามแนวทาง Healing Environment สร้างบรรยากาศที่โปร่งสบาย แต่คงไว้ซึ่งความเป็นส่วนตัวของผู้เข้ารับบริการ มีบริเวณที่จอดรถ สำหรับใช้เป็นพื้นที่พักคอย และจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้กับประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม ควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจ คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า จึงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการเข้าถึงระบบสาธารณสุขในระดับชุมชนอย่างทั่วถึง ส่งมอบโอกาสในการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ให้สามารถนำไปใช้เกิดประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและเจตนารมณ์ที่ MTC มีต่อสังคมเสมอมา #เมืองไทยร่วมใจมอบให้ชุมชน #เมืองไทยไม่ทิ้งกัน

โครงการคุณสู้ เราช่วย

โครงการคุณสู้ เราช่วย

ข่าวประชาสัมพันธ์, ข่าวสารและกิจกรรม

ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ร่วมกับกระทรวงการคลัง และสถาบันการเงินภายใต้กำกับได้ออกมาตรการชั่วคราว เพิ่มเติม เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย เฉพาะกลุ่มภายใต้ชื่อโครงการ "คุณสู้ เราช่วย" มาตรการที่ 1 "ลดผ่อน ลดดอก" รูปแบบการให้ความช่วยเหลือ ลดค่างวดผ่อนชำระเป็นร้อยละ 70 ของค่างวดก่อนเข้าโครงการ เป็นเวลา 3 ปี ลดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 จากอัตราดอกเบี้ยก่อนเข้าโครงการ เป็นเวลา 3 ปี คุณสมบัติลูกหนี้ที่สามารถเข้าร่วมมาตรการได้ มีวงเงินสินเชื่อต่อสถาบันการเงิน ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567 ไม่เกินที่กำหนด 2. เป็นสินเชื่อที่ทำสัญญาก่อน วันที่ 1 มกราคม 2567 3. สถานะหนี้ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567 อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ เป็นหนี้ที่ค้างชำระเกินกว่า 30 วัน แต่ไม่เกิน 365 วัน เคยปรับโครงสร้างหนี้ (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 จากการค้างชำระเกิน 30 วัน) แต่ปัจจุบัน ไม่ค้างชำระหรือค้างไม่เกิน 30 วัน เงื่อนไขของการเข้าร่วมมาตรการ ไม่สามารถกู้ยืมใหม่ได้ ภายใน 12 เดือนแรก หากไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ จะเรียกเก็บดอกเบี้ยที่ลดให้ในช่วงที่ลูกหนี้อยู่ในมาตรการคืนบางส่วน มาตรการที่ 2 "จ่าย ปิด จบ" 1. ไม่กำหนดวันเริ่มสัญญาวันใด 2. ลูกหนี้มีสถานะค้างชำระ เกินกว่า 90 วัน (NPL) ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567 3. มีภาระหนี้ต่อบัญชี ไม่เกิน 5,000 บาทโดยไม่จำกัดประเภทสินเชื่อ (เข้าร่วมมาตรการได้มากกว่า 1 บัญชี) เงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือ ลูกหนี้ต้องชำระ 10% ของภาระหนี้ จึงจะยกภาระหนี้ส่วนที่เหลือให้ สนใจลงทะเบียน