ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้กล่าวโทษบริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด กล่าวคือ
(1) บริษัททำสัญญาปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนชำระหนี้ของสินเชื่อส่วนบุคคล
ภายใต้การกำกับโดยการปิดสัญญาเดิม และนำดอกเบี้ยคงค้างและค่าธรรมเนียมตามสัญญาเดิมมารวมเป็นเงินต้นตามสัญญาใหม่แล้วคิดดอกเบี้ยบนดอกเบี้ยคงค้างและหรือค่าธรรมเนียมในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้นอีก อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่องสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 12/2563 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 13/2566 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2566 และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส2. 4/2563 เรื่อง การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market conduct) ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2563
(2) บริษัททำสัญญาปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนชำระหนี้ของสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ
โดยการปิดสัญญาเดิมและนำดอกเบี้ยคงค้างและค่าธรรมเนียมตามสัญญาเดิมมารวมเป็นเงินต้นตามสัญญาใหม่แล้วคิดดอกเบี้ยบนดอกเบี้ยคงค้างและหรือค่าธรรมเนียมในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้นอีก อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ)ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 13/2563 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 14/2566 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจ สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2566 และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส2. 4/2563 เรื่อง การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market conduct) ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2563
ซึ่งการกระทำตามข้อ (1) และ (2) เป็นความผิดตามข้อ 7 ต้องระวางโทษตามข้อ 17 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58
ทั้งนี้ บริษัทได้ยุติการจัดทำสัญญาใหม่ที่มีลักษณะฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวพร้อมทั้งเยียวยาลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบแล้ว
ผลการดำเนินคดีในชั้นพนักงานสอบสวน (19 มกราคม 2569) พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนคดีไปยังสำนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร สำนักงานอัยการสูงสุด ปัจจุบันคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ
จากกรณีดังกล่าว บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญในการให้ความรู้ตามแนวปฏิบัติของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลภายใน มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจในหลักการปฏิบัติต่อผู้บริโภคอย่างเป็นธรรม สิทธิของลูกหนี้ตามกฎหมาย และการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าอย่างโปร่งใสและมีจริยธรรม รวมทั้งการใช้ภาษาที่ชัดเจนและไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความรับผิดชอบต่อสังคมและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ
บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ขอยืนยันความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและแนวนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด ตลอดจนยึดมั่นในการให้บริการที่คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเป็นสำคัญ