คำประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับพนักงานและผู้สมัครงาน (Privacy Notice for Employee)
ปรับปรุงล่าสุด เดือน สิงหาคม 2569
บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ตระหนักดีถึงสิทธิในความเป็นส่วนตัวและหน้าที่ความรับผิดชอบของบริษัทเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย (“ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานและผู้สมัครงาน (“ท่าน”) บริษัทยึดค่านิยมที่ว่าความไว้วางใจและความเชื่อมั่นที่ท่านมีให้ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสิ่งหนึ่ง บริษัทจึงมุ่งมั่นที่จะจัดให้มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างถูกต้องและเหมาะสม รวมทั้งเป็นไปตามที่ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) กำหนดไว้ บริษัทจึงได้จัดทำประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้นเพื่ออธิบายถึงวิธีการที่บริษัทปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเก็บรวบรวม การจัดเก็บรักษา การใช้ การเปิดเผย รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ของท่านเพื่อให้ท่านได้รับทราบถึงแนวทางในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท
1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจัดเก็บรวบรวม
บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ซึ่งรวมไปถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 26 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) และที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“คณะกรรมการ”) กำหนด โดยประเภทของข้อมูลที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้เป็นเพียงกรอบการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทเป็นการทั่วไป ดังนี้
| ข้อมูลเฉพาะตัวบุคคลข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป | ข้อมูลระบุชื่อเรียก หรือข้อมูลจากเอกสารราชการที่ระบุข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เช่น เลขประจำตัวประชาชน คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล ชื่อกลาง ชื่อเล่น ลายมือชื่อ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร สัญชาติ เลขที่ใบขับขี่ เลขที่หนังสือเดินทาง หมายเลขใบขับขี่ หมายเลขใบอนุญาติการประกอบวิชาชีพ หมายเลขประจำตัวผู้ประกันตน หมายเลขประกันสังคม เป็นต้น |
|---|---|
| ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของบุคคล | ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ใช้บริการ เช่น วันเดือนปีเกิด เพศ ส่วนสูง น้ำหนัก อายุ สถานภาพการสมรส สถานภาพการเกณฑ์ทหาร ภาพถ่าย ภาษาพูด ข้อมูลการยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองสิทธิเพื่อการกู้ยืมเงิน ข้อมูลการเป็นบุคคลล้มละลาย ข้อมูลการเป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เป็นต้น |
| ข้อมูลสำหรับการติดต่อ | ข้อมูลเพื่อการติดต่อท่าน เช่น หมายเลขโทรศัพท์บ้าน หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลขโทรสาร อีเมล ที่อยู่ทางไปรษณีย์ ชื่อผู้ใช้งานในสังคมออนไลน์ (เช่น Line ID, Facebook, WhatsApp) แผนที่ตั้งของที่พัก เป็นต้น |
| ข้อมูลและประวัติเกี่ยวกับการทำงาน | รายละเอียดการจ้างงาน รวมถึงประวัติการทำงานและประวัติการศึกษา เช่น ประเภทการจ้างงาน อาชีพ ยศ ตำแหน่ง หน้าที่ ระยะเวลาการทำงาน ความเชี่ยวชาญ ข้อมูลบุคคลอ้างอิง ข้อมูลเงินเดือน วันเริ่มงาน วันออกจากงาน ผลการประเมิน สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ สถาบันการศึกษา วุฒิการศึกษา ผลการศึกษา วันที่สำเร็จการศึกษา เป็นต้น |
| ข้อมูลทางการเงิน | รายได้ แหล่งที่มาของรายได้ เงินเดือน เลขบัญชีธนาคาร จำนวนเงินฝาก ประวัติทางการเงิน รายการเดินบัญชีเงินฝาก เป็นต้น |
| ข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางสังคม | ข้อมูลความสัมพันธ์ทางสังคมของผู้ใช้บริการ เช่น การดำรงตำแหน่งกรรมการ ความสัมพันธ์กับผู้ปฏิบัติงานของบริษัท การเป็นผู้มีสัญญาจ้างกับบริษัท ข้อมูลการเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่ทำกับบริษัท เป็นต้น |
| ข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัย | รายละเอียดเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยของพนักงาน เช่น ผู้รับประกันภัย ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หมายเลขกรมธรรม์ ประเภทกรมธรรม์ วงเงินคุ้มครอง ข้อมูลเกี่ยวกับการเคลม เป็นต้น |
| ข้อมูลประวัติการถูกดำเนินคดีความ | เช่น ประวัติอาชญากรรม บันทึกเกี่ยวกับการดำเนินคดีไม่ว่าทางแพ่ง หรือการดำเนินคดีอาญา รวมไปถึงรายงานของตำรวจ และคำสั่งศาลที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น |
| ข้อมูลด้านสุขภาพและข้อมูลทางการแพทย์ | ประวัติการรักษาพยาบาล บันทึกการตรวจทางการแพทย์ บันทึกการรักษาสุขภาพ รายงานทางการแพทย์ รายละเอียดบริการทางการแพทย์ที่ได้รับ ข้อมูลการตรวจวัดอุณหภูมิ เป็นต้น |
| ข้อมูลที่เกี่ยวกับชีวภาพ | การวิเคราะห์ใบหน้า (Facial Recognition) การตรวจสอบลายนิ้วมือ (Fingerprint Verification) เป็นต้น |
| ข้อมูลประจำตัวและข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน | รหัสพนักงาน ชื่อและนามสกุล ตำแหน่งงาน สาขา เขต ชื่อบัญชีผู้ใช้งาน สถานะการเป็นพนักงาน สิทธิการเข้าถึงระบบ วันและเวลาที่เข้าสู่ระบบ และประวัติการใช้งานบัญชี เป็นต้น |
| ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง (GPS) | พิกัด GPS ตำแหน่งโดยประมาณหรือตำแหน่งแบบละเอียด วันและเวลาที่บันทึกตำแหน่ง ตำแหน่งเริ่มต้นและสิ้นสุดการปฏิบัติงาน เส้นทาง ระยะทาง และพื้นที่ปฏิบัติงาน เป็นต้น |
| ข้อมูลจากกล้อง รูปภาพและวิดีโอ | รูปภาพหรือวิดีโอประกอบการปฏิบัติงาน รูปภาพเอกสาร หลักฐาน สถานที่ ทรัพย์สิน อุปกรณ์ และรูปภาพที่ท่านเลือกอัปโหลดจากอุปกรณ์ เป็นต้น |
| ข้อมูลอุปกรณ์และข้อมูลทางเทคนิค | รุ่นและยี่ห้ออุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ เวอร์ชันแอปพลิเคชัน รหัสอุปกรณ์ที่จำเป็น Push Notification Token หมายเลข IP วันและเวลาการเชื่อมต่อ ประวัติการใช้ฟังก์ชัน Crash Log และข้อมูลประสิทธิภาพของระบบ เป็นต้น |
| ข้อมูลคะแนน ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ | คะแนนการประเมิน ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อมูลการแจ้งปัญหา และผลการติดตามแก้ไขปัญหา ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับบัญชีผู้ใช้งานเมื่อมีความจำเป็น |
| ข้อมูลที่นำเข้าสู่หรือเกิดจากระบบปัญญาประดิษฐ์ | ข้อความ รูปภาพ เอกสาร ตำแหน่ง ข้อมูลการปฏิบัติงาน ผลการจำแนกข้อมูล ผลการวิเคราะห์ ผลการตรวจหาความผิดปกติ ข้อสรุป หรือข้อเสนอแนะที่ระบบสร้างขึ้น |
หากท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่น เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับคู่สมรส ข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัว ข้อมูลเกี่ยวกับบุตร ผู้อุปการะ ผู้อยู่ในอุปการะ ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ค้ำประกัน ข้อมูลเกี่ยวกับผู้รับประโยชน์ หรือท่านขอให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นแก่บุคคลภายนอก ท่านมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งรายละเอียดตามประกาศฉบับนี้ให้แก่บุคคลดังกล่าวทราบ ตลอดจนขอความยินยอมจากบุคคลอื่นนั้น
ทั้งนี้ บริษัทจะไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอันได้แก่ ลักษณะทางพันธุกรรม พฤติกรรมทางเพศ หรือข้อมูลที่อาจเป็นผลร้าย ทำให้เสียชื่อเสียง หรืออาจก่อให้เกิดความรู้สึกเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมหรือความไม่เท่าเทียมกันแก่บุคคลใด เว้นแต่ บริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือทำการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวภายใต้ฐานการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายกำหนด
2. วิธีการได้มาและจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยความจำเป็นและฐานที่กฎหมายกำหนด ดังนี้
มื่อท่านแสดงเจตนาจะเข้าทำสัญญา หรือช่วงก่อนระยะเวลาทำสัญญา เพื่อให้บริษัทตรวจสอบ คัดกรองคุณสมบัติจากใบสมัครงานรวมถึงเอกสารอื่น ๆ ของท่าน
เมื่อท่านส่งเอกสารประกอบการพิจารณาในการรับเข้าทำหรือทำงานในบริษัท รวมถึงการลงนามในเอกสารให้ความยินยอมของท่าน
เมื่อท่าน ติดต่อสื่อสารเป็นหนังสือหรือวาจาผ่านทางเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน สื่อสังคมออนไลน์ โทรศัพท์ อีเมล การพบปะกันโดยตรง การสัมภาษณ์ ข้อความสั้น (SMS) โทรสาร ไปรษณีย์ หรือโดยวิธีการอื่นใด กับบุคลากร เจ้าหน้าที่ของบริษัท ผู้รับมอบอำนาจ ผู้กระทำการแทน หรือบุคคลอื่นหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องของบริษัท (“บุคลากรและคู่ค้าของบริษัท”)
เมื่อบริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งที่มาอื่นที่มิใช่ท่านเอง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการได้รับข้อมูลจากการตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลที่เป็นสาธารณะ แหล่งข้อมูลส่วนตัว หรือแหล่งข้อมูลเชิงพาณิชย์ เว็บไซต์ แหล่งข้อมูลสื่อสังคมออนไลน์
เมื่อบริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งที่มาอื่นที่มิใช่ท่านเอง เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามกฎหมายและเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกำกับดูแลในประการอื่น ๆ ตลอดจนเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่ชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อท่านเข้าใช้งานเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท โดยมีการกรอกข้อมูล/ส่ง อัปโหลด/บันทึกในระบบดังกล่าว เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลจากการใช้งานเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท
เมื่อท่านอนุญาตและมีความจำเป็นต่อการใช้งานฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานจากข้อมูลอุปกรณ์ของท่าน เช่น ข้อมูลจากกล้อง คลังรูปภาพ ระบบระบุตำแหน่ง (GPS) ระบบปฏิบัติการ หรือส่วนประกอบอื่นของอุปกรณ์
ข้อมูลที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ในระหว่างการใช้งานแอปพลิเคชันหรือระบบของบริษัท เช่น วันและเวลาเข้าใช้งาน หมายเลข IP ข้อมูลอุปกรณ์ ประวัติการใช้งาน ข้อมูลความผิดพลาด และข้อมูลประสิทธิภาพของระบบ
3. วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลด้วยวิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นธรรมในการเก็บรวบรวม เพื่อประโยชน์ในการใช้บริการของท่าน และเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ โดยวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้เป็นเพียงกรอบการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทเป็นการทั่วไป
| สิทธิหน้าที่มีตามสัญญา |
|
|---|---|
| ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย |
|
| ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
|
| ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (การใช้งานแอปพลิเคชันเพื่อการปฏิบัติงาน) |
|
| ความยินยอม |
|
ทั้งนี้ กรณีที่บริษัทมีความจำเป็นในการเก็บรวบรวม หากท่านปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล หรือคัดค้านการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ข้างต้น อาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการหรือให้บริการตามที่ท่านร้องขอได้ทั้งหมดหรือบางส่วน
4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
| บริษัทในเครือ | บริษัทอาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บริษัทในเครือของบริษัท เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการให้บริการ รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แก่ท่าน |
|---|---|
| พันธมิตรทางธุรกิจ | บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ได้ร่วมนำเสนอหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการให้ลูกค้าหรือผู้ที่อาจเป็นลูกค้าในอนาคต เช่น บริษัทประกันภัย ผู้ให้บริการชำระเงิน ผู้ให้บริการวิเคราะห์ ตัวแทนทำงานวิจัย ตัวแทนให้บริการจัดผลสำรวจ ตัวแทนให้บริการด้านการตลาด สื่อโฆษณาและการสื่อสาร ตัวแทนการตลาดและบริการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เป็นต้น |
| ผู้ให้บริการ | บริษัทอาจว่าจ้างบริษัทอื่นเป็นผู้ให้บริการแทนหรือสนับสนุนการประกอบธุรกิจของบริษัท เช่น ผู้ให้บริการภายนอก (Outsourcing) ตัวแทน ผู้รับจ้างช่วงงานต่อ เป็นต้น ซึ่งบริษัทอาจจะต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้ให้บริการแทนหรือสนับสนุนการประกอบธุรกิจของบริษัทเหล่านี้เพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ทางธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงการให้บริการแก่ลูกค้า เช่น ผู้ให้บริการด้านการจัดทำเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ผู้ให้บริการ Cloud ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ เครือข่ายต่าง ๆ เป็นต้น |
| ที่ปรึกษาวิชาชีพ | บริษัทอาจต้องเปิดเผยข้อมูลของท่านให้แก่ที่ปรึกษาวิชาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การตรวจสอบ กฎหมาย บัญชี และการบริการทางภาษีและการบริการอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการประกอบธุรกิจของบริษัท |
| หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานอื่นที่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายหรือวัตถุประสงค์จำเป็น | การเปิดเผยข้อมูลของท่านให้แก่หน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจ หน้าที่ในการกำกับดูแลกฎหมายและกฎระเบียบ เช่น กฎหมายภาษีอากร กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานและประกันสังคม และกฎหมายอื่น ๆ ที่บริษัทจำเป็นต้องปฏิบัติตามทั้งของในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงประกาศและระเบียบที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว |
5. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ (หากมี)
บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของไปยังบริษัทในเครือกิจการ/ธุรกิจเดียวกันที่อยู่ต่างประเทศ หรือไปยังผู้รับข้อมูลอื่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามปกติของบริษัท เช่น การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์หรือคลาวด์ในประเทศต่าง ๆ บริษัทจะดูแลการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เห็นว่าจำเป็นและเหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐาน
6. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นอย่างสมเหตุสมผลเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในประกาศนี้ ทั้งนี้ บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันสิ้นสุดความสัมพันธ์หรือมีการติดต่อครั้งสุดท้ายกับบริษัท หากมีการดำเนินการทางกฎหมายหรือมีความจำเป็นอื่นใด อาจมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้จนกว่าการดำเนินการนั้นจะสิ้นสุด ซึ่งรวมถึงระยะเวลาที่เป็นไปได้ในการยื่นอุทธรณ์และ/หรือฎีกา หลังจากนั้นบริษัทจะมีขั้นตอนกระบวนการ เพื่อทำการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาตให้กระทำได้
7. มาตรการรักษาความมั่นคงความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทตระหนักดีถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจึงกำหนดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ แปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีสิทธิ หรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
8. สิทธิของท่าน
สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้ก่อนหน้าในการประมวลผลข้อมูล อย่างไรก็ตาม การเพิกถอนความยินยอมดังกล่าวย่อมไม่ส่งผลต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหน้าโดยชอบด้วยกฎหมาย
สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูล ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลโดยการอ้างอิงฐานกฎหมายอื่นที่ไม่ใช่ฐานความยินยอม
สิทธิในการได้รับการแจ้งให้ทราบ ท่านมีสิทธิในการรับทราบข้อมูลของตนเองที่ได้มีการประมวลผล โดยบริษัทได้รับมาจากการเปิดเผยที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลและขอให้บริษัททำสำเนาดังกล่าวแก่ท่าน
สิทธิในการแก้ไขข้อมูล ท่านมีสิทธิยืนยันความถูกต้องและแก้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ข้อมูลดังกล่าวถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
สิทธิในการระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีดังกล่าวบริษัทจะไม่ประมวลผลข้อมูลของท่านนอกเหนือจากการจัดเก็บข้อมูลเพียงเท่านั้น
สิทธิในการขอให้ลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านออกจากการจัดเก็บของบริษัท
สิทธิในการขอรับและให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้ และให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีดังกล่าว สิทธิในข้อนี้จะสามารถทำได้หากข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกประมวลผลในรูปแบบอัตโนมัติและได้ประมวลผลตามฐานความยินยอม ฐานสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญาหรือก่อนเข้าทำสัญญา
สิทธิในการร้องเรียน ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สิทธิในการเข้าถึง ขอสำเนา หรือให้เปิดเผยถึงการได้มาของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการขอเข้าถึง หรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ รวมถึงสามารถขอให้เปิดเผยการได้มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการตามสิทธิของท่าน เมื่อมีการร้องขอตามช่องทางการขอใช้สิทธิ โดยท่านสามารถใช้สิทธิได้ตามช่องทางสาขา เว็บไซต์ อีเมลและโทรศัพท์ อย่างไรก็ตามบริษัทอาจขอสงวนสิทธิไม่ปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านตามความเหมาะสมและกฎระเบียบที่กำหนด บริษัทอาจมีสิทธิเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผลสำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับคำร้องขอใช้สิทธินั้น
บริษัทจะพิจารณาดำเนินการตามคำร้องหรือปฏิเสธคำร้องของท่านและแจ้งผลกลับไปภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่บริษัทได้รับเอกสารคำร้องขอใช้สิทธิครบถ้วนตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงได้ทำให้บริษัทต้องใช้ระยะเวลาพิจารณาคำร้องขอใช้สิทธิของท่านเกิน 30 วัน บริษัทจะแจ้งสาเหตุของความล่าช้าดังกล่าวให้ท่านทราบโดยไม่ชักช้า และในกรณีที่บริษัทจะปฏิเสธคำร้องขอใช้สิทธิของท่าน บริษัทจะแจ้งผลการปฏิเสธพร้อมเหตุผล หากท่านมีข้อสงสัยในการปฏิเสธ ท่านสามารถสอบถามมายังบริษัทได้
หากท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเห็นว่าบริษัทปฏิบัติต่อสิทธิของท่านไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขของกฎหมาย ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้
9. การเปลี่ยนแปลงประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทขอสงวนสิทธิในการแก้ไข เพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือปรับเปลี่ยนประกาศนี้ เท่าที่กฎหมายอนุญาต เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงของการให้บริการ การดำเนินงานของบริษัท และข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นจากเจ้าของข้อมูล โดยบริษัทจะประกาศแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้ท่านทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท หากการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นสาระสำคัญของประกาศนี้ ก่อนจะเริ่มดำเนินการเปลี่ยนแปลง
10.การติดต่อสอบถามหรือใช้สิทธิ
หากท่านมีข้อเสนอแนะ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการขอใช้สิทธิตามประกาศฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อบริษัท และ/หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านช่องทางดังนี้
ติอต่อศูนย์บริการลูกค้า : 02-483-8888
ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection office : DPO) ทางอีเมล : DPO@muangthaicap.com
ติดต่อสำนักงานใหญ่ : บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
เลขที่ 332/1 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางพลัด
เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700