ปรับปรุงล่าสุด เดือนพฤษภาคม 2568
บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ตระหนักดีถึงสิทธิในความเป็นส่วนตัวและหน้าที่ความรับผิดชอบของบริษัทเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย (“ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เกี่ยวข้องทางธุรกิจ ได้แก่ คู่ค้า ผู้ให้บริการ ผู้รับมอบอำนาจ ตัวแทน บุคคลที่กระทำการในนามของบริษัท รวมถึงคณะกรรมการบริษัท และกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม (“ท่าน”) บริษัทยึดค่านิยมที่ว่าความไว้วางใจและความเชื่อมั่นที่ท่านมีให้ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสิ่งหนึ่ง บริษัทจึงมุ่งมั่นที่จะจัดให้มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างถูกต้องและเหมาะสม รวมทั้งเป็นไปตามที่ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”)
1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจัดเก็บรวบรวม
บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ซึ่งรวมไปถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 26 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) และที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“คณะกรรมการ”) กำหนด โดยประเภทของข้อมูลที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้เป็นเพียงกรอบการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทเป็นการทั่วไป ดังนี้
| ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป | ข้อมูลระบุชื่อเรียก ข้อมูลจากเอกสารราชการที่ระบุข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง สัญชาติ เพศ วันเดือนปีเกิด อายุ เลขผู้เสียภาษี ลายมือชื่อ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เอกสารรับรองกรรมการ หนังสือมอบอำนาจ เป็นต้น |
| ข้อมูลสำหรับการติดต่อ | ข้อมูลเพื่อการติดต่อท่าน เช่น หมายเลขโทรศัพท์บ้าน หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลขโทรสาร อีเมล ที่อยู่ทางไปรษณีย์ ชื่อผู้ใช้งานในสังคมออนไลน์ (เช่น Line ID, Facebook, WhatsApp) แผนที่ตั้งของสถานที่ในการติดต่อ เป็นต้น |
| ข้อมูลทางการเงิน | ข้อมูลทางการเงิน เช่น เลขที่บัญชีธนาคาร ข้อมูลบัญชีที่ใช้สำหรับการรับ-จ่ายเงิน รายละเอียดการชำระเงิน รายละเอียดการออกใบเสร็จ/ใบแจ้งหนี้ และ ข้อมูลภาษี เป็นต้น |
| ข้อมูลการศึกษาและประวัติการทำงาน | วุฒิการศึกษา สถาบันการศึกษา ตำแหน่งทางวิชาการ ประวัติการทำงาน สถานที่ทำงานในอดีต ตำแหน่งที่เคยดำรง |
| ข้อมูลที่จำเป็นตามบทบาทของท่าน | ข้อมูลที่จำเป็น เช่น ข้อมูลในหนังสือแต่งตั้งกรรมการ, รายชื่อกรรมการ ข้อมูลในรายงานการประชุมหรือเอกสารที่ท่านลงนามในนามบริษัท ข้อมูลจากการสื่อสารกับบริษัท (เช่น อีเมล ข้อความ เอกสารติดต่อ) ข้อมูลที่ปรากฏในสัญญาทางธุรกิจ เป็นต้น |
| ข้อมูลการดำรงตำแหน่งในบริษัทต่าง ๆ | รายชื่อบริษัทที่ดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหาร (ทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์) ลักษณะการมีส่วนร่วม เช่น กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ เป็นต้น |
| ข้อมูลผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง | ข้อมูลความเกี่ยวข้องกับบริษัทหรือบริษัทย่อย เช่น การถือหุ้น ความสัมพันธ์กับผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เป็นต้น |
| ข้อมูลอื่น ๆ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะตามกฎหมาย | ข้อมูลที่ระบุใน One Report แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี รายงานประจำปี รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น เป็นต้น |
หากท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่น เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับคู่สมรส ข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัว ข้อมูลเกี่ยวกับบุตร ผู้อุปการะ ผู้อยู่ในอุปการะ ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ค้ำประกัน ข้อมูลเกี่ยวกับผู้รับประโยชน์ หรือท่านขอให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นแก่บุคคลภายนอก ท่านมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งรายละเอียดตามประกาศฉบับนี้ให้แก่บุคคลดังกล่าวทราบ ตลอดจนขอความยินยอมจากบุคคลอื่นนั้น
ทั้งนี้ บริษัทจะไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอันได้แก่ ลักษณะทางพันธุกรรม พฤติกรรมทางเพศ หรือข้อมูลที่อาจเป็นผลร้าย ทำให้เสียชื่อเสียง หรืออาจก่อให้เกิดความรู้สึกเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมหรือความไม่เท่าเทียมกันแก่บุคคลใด เว้นแต่ บริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือทำการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวภายใต้ฐานการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายกำหนด
2. วิธีการได้มาและจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยความจำเป็นและฐานที่กฎหมายกำหนด ดังนี้
- เมื่อท่านแสดงเจตนาจะเข้าทำสัญญา หรือในช่วงก่อนการเริ่มความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท ไม่ว่าจะในฐานะคู่ค้า ผู้ให้บริการ ตัวแทน ผู้รับมอบอำนาจ หรือในฐานะกรรมการ หรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม เพื่อให้บริษัทสามารถประเมิน ตรวจสอบ หรือตรวจคัดคุณสมบัติของท่านก่อนการทำสัญญา หรือการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- เมื่อท่านส่งเอกสาร ข้อมูล หรือแบบฟอร์มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำสัญญา การให้บริการ การมอบอำนาจ หรือการปฏิบัติหน้าที่ในนามของบริษัท รวมถึงการลงนามในเอกสารหรือแบบฟอร์มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท
- เมื่อท่านติดต่อสื่อสารกับบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อในรูปแบบหนังสือหรือวาจา ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน สื่อสังคมออนไลน์ โทรศัพท์ อีเมล การพบปะกันโดยตรง การสัมภาษณ์ ข้อความสั้น (SMS) โทรสาร ไปรษณีย์ หรือวิธีการอื่นใด กับบุคลากรของบริษัท เจ้าหน้าที่ ผู้รับมอบอำนาจ หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท (“บุคลากรและคู่ค้าของบริษัท”)
- เมื่อบริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งที่มาอื่นที่มิใช่ท่านโดยตรง เช่น จากหน่วยงานราชการ ฐานข้อมูลสาธารณะ เว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ แหล่งข้อมูลเชิงพาณิชย์ หรือจากบริษัทในเครือหรือผู้มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท เป็นต้น
- เมื่อบริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งที่มาอื่นที่มิใช่ท่านโดยตรง เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามกฎหมาย การรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแล หรือวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมายอื่น เช่น การยืนยันสถานะกรรมการจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การจัดทำรายงานตามกฎหมายตลาดทุน หรือการตรวจสอบคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งกรรมการ
3. วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลด้วยวิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นธรรมในการเก็บรวบรวม เพื่อประโยชน์ในการใช้บริการของท่าน และเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ โดยวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้เป็นเพียงกรอบการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทเป็นการทั่วไป
| สิทธิหน้าที่มีตามสัญญา | – เพื่อดำเนินการก่อนเข้าทำสัญญาหรือในระหว่างการเข้าทำสัญญาระหว่างท่านและบริษัท เช่น การยืนยันตัวตน การจัดทำสัญญา การลงนามในเอกสารต่าง ๆ – เพื่อประเมินคุณสมบัติ ความเหมาะสม หรือความสามารถของท่านก่อนและระหว่างการมีนิติสัมพันธ์ – เพื่อตรวจสอบและยืนยันตัวบุคคลหรือนิติบุคคลของท่านในการดำเนินธุรกรรมกับบริษัท – เพื่อการติดตาม กำกับ หรือประเมินผลการดำเนินงานในระหว่างการมีนิติสัมพันธ์ – เพื่อการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการกระทำทุจริต การฝ่าฝืนสัญญา หรือการกระทำผิดกฎหมาย – เพื่อการติดต่อ ประสานงาน และดำเนินธุรกิจตามวัตถุประสงค์ของสัญญา – เพื่อการก่อตั้ง ใช้ โต้แย้ง หรือป้องกันสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายหรือสัญญา |
| ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย | – เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายบริษัท กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายการบัญชี หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง – เพื่อการปฏิบัติตามคำสั่ง หรือข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงาน ก.ล.ต. สรรพากร เป็นต้น – เพื่อจัดทำรายงาน เอกสาร หรือตอบข้อซักถามจากหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย |
| ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย | – การบริหารความเสี่ยง การกำกับตรวจสอบ การบริหารจัดการภายในองค์กร รวมถึงการส่งต่อไปยังบริษัทในเครือกิจการเดียวกันเพื่อการดังกล่าวภายใต้นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบริษัท – การทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ – เพื่อการจัดการและการดําเนินงานภายในเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัท เช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการใหม่ของบริษัท |
| ความยินยอม | – เพื่อใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (หากจำเป็น) เช่น ข้อมูลสุขภาพในกรณีขอใบรับรองแพทย์ เป็นต้น – เพื่อให้บริษัทสามารถนำเสนอสิทธิประโยชน์ การประชาสัมพันธ์ หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่อาจเหมาะสมกับท่าน – เพื่อให้ท่านเข้าร่วมในกิจกรรม งานอีเว้นต์ การจัดสัมมนา หรือกิจกรรมความร่วมมืออื่นที่อาศัยข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ตามฐานสัญญาหรือกฎหมาย |
ทั้งนี้ กรณีที่บริษัทมีความจำเป็นในการเก็บรวบรวม หากท่านปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล หรือคัดค้านการประมวลผลผลตามวัตถุประสงค์ข้างต้น อาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการหรือให้บริการตามที่ท่านร้องขอได้ทั้งหมดหรือบางส่วน
4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
| บริษัทในเครือ | บริษัทอาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บริษัทในเครือของบริษัท เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการให้บริการ รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แก่ท่าน |
| พันธมิตรทางธุรกิจ | บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ได้ร่วมนำเสนอหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการให้ลูกค้าหรือผู้ที่อาจเป็นลูกค้าในอนาคต เช่น บริษัทประกันภัย ผู้ให้บริการชำระเงิน ผู้ให้บริการวิเคราะห์ ตัวแทนทำงานวิจัย ตัวแทนให้บริการจัดผลสำรวจ ตัวแทนให้บริการด้านการตลาด สื่อโฆษณาและการสื่อสาร ตัวแทนการตลาดและบริการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เป็นต้น |
| ผู้ให้บริการ | บริษัทอาจว่าจ้างบริษัทอื่นเป็นผู้ให้บริการแทนหรือสนับสนุนการประกอบธุรกิจของบริษัท เช่น ผู้ให้บริการภายนอก (Outsourcing) ตัวแทน ผู้รับจ้างช่วงงานต่อ เป็นต้น ซึ่งบริษัทอาจจะต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้ให้บริการแทนหรือสนับสนุนการประกอบธุรกิจของบริษัทเหล่านี้เพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ทางธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงการให้บริการแก่ลูกค้า เช่น ผู้ให้บริการด้านการจัดทำเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ผู้ให้บริการ Cloud ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ เครือข่ายต่าง ๆ เป็นต้น |
| ที่ปรึกษาวิชาชีพ | บริษัทอาจต้องเปิดเผยข้อมูลของท่านให้แก่ที่ปรึกษาวิชาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การตรวจสอบ กฎหมาย บัญชี การบริการทางภาษีและบริการอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการประกอบธุรกิจของบริษัท |
| หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานอื่นที่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายหรือวัตถุประสงค์จำเป็น | การเปิดเผยข้อมูลของท่านให้แก่หน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจ หน้าที่ในการกำกับดูแลกฎหมายและกฎระเบียบดังต่อไปนี้ กฎหมายภาษีอากร กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานและประกันสังคม และกฎหมายอื่น ๆ ที่บริษัทจำเป็นต้องปฏิบัติตามทั้งของในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงประกาศและระเบียบที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว |
5. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ (หากมี)
บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของไปยังบริษัทในเครือกิจการ/ธุรกิจเดียวกันที่อยู่ต่างประเทศ หรือไปยังผู้รับข้อมูลอื่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามปกติของบริษัท เช่น การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์หรือคลาวด์ในประเทศต่าง ๆ บริษัทจะดูแลการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เห็นว่าจำเป็นและเหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐาน
6. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นอย่างสมเหตุสมผลเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในประกาศนี้ ทั้งนี้ บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันสิ้นสุดความสัมพันธ์หรือมีการติดต่อครั้งสุดท้ายกับบริษัท หากมีการดำเนินการทางกฎหมายหรือมีความจำเป็นอื่นใด อาจมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้จนกว่าการดำเนินการนั้นจะสิ้นสุด ซึ่งรวมถึงระยะเวลาที่เป็นไปได้ในการยื่นอุทธรณ์และ/หรือฎีกา หลังจากนั้นบริษัทจะมีขั้นตอนกระบวนการ เพื่อทำการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาตให้กระทำได้
7. มาตรการรักษาความมั่นคงความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทตระหนักดีถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจึงกำหนดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ แปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีสิทธิ หรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
8. สิทธิของท่าน
- สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้ก่อนหน้าในการประมวลผลข้อมูล อย่างไรก็ตาม การเพิกถอนความยินยอมดังกล่าวย่อมไม่ส่งผลต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหน้าโดยชอบด้วยกฎหมาย
- สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูล ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลโดยการอ้างอิงฐานกฎหมายอื่นที่ไม่ใช่ฐานความยินยอม
- สิทธิในการได้รับการแจ้งให้ทราบ ท่านมีสิทธิในการรับทราบข้อมูลของตนเองที่ได้มีการประมวลผลโดยบริษัทได้รับมาจากการเปิดเผยที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลและขอให้บริษัททำสำเนาดังกล่าวแก่ท่าน
- สิทธิในการแก้ไขข้อมูล ท่านมีสิทธิยืนยันความถูกต้องและแก้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ข้อมูลดังกล่าวถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
- สิทธิในการระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีดังกล่าวบริษัทจะไม่ประมวลผลข้อมูลของท่านนอกเหนือจากการจัดเก็บข้อมูลเพียงเท่านั้น
- สิทธิในการขอให้ลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านออกจากการจัดเก็บของบริษัท
- สิทธิในการขอรับและให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้ และให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีดังกล่าว สิทธิในข้อนี้จะสามารถทำได้หากข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกประมวลผลในรูปแบบอัตโนมัติและได้ประมวลผลตามฐานความยินยอม ฐานสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญาหรือก่อนเข้าทำสัญญา
- สิทธิในการร้องเรียน ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- สิทธิในการเข้าถึง ขอสำเนา หรือให้เปิดเผยถึงการได้มาของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการขอเข้าถึง หรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ รวมถึงสามารถขอให้เปิดเผยการได้มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการตามสิทธิของท่าน เมื่อมีการร้องขอตามช่องทางการขอใช้สิทธิ โดยท่านสามารถใช้สิทธิได้ตามช่องทางสาขา เว็บไซต์ อีเมลและโทรศัพท์ อย่างไรก็ตามบริษัทอาจขอสงวนสิทธิไม่ปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านตามความเหมาะสมและกฎระเบียบที่กำหนด บริษัทอาจมีสิทธิเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผลสำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับคำร้องขอใช้สิทธินั้น
บริษัทจะพิจารณาดำเนินการตามคำร้องหรือปฏิเสธคำร้องของท่านและแจ้งผลกลับไปภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่บริษัทได้รับเอกสารคำร้องขอใช้สิทธิครบถ้วนตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงได้ทำให้บริษัทต้องใช้ระยะเวลาพิจารณาคำร้องขอใช้สิทธิของท่านเกิน 30 วัน บริษัทจะแจ้งสาเหตุของความล่าช้าดังกล่าวให้ท่านทราบโดยไม่ชักช้า และในกรณีที่บริษัทจะปฏิเสธคำร้องขอใช้สิทธิของท่าน บริษัทจะแจ้งผลการปฏิเสธพร้อมเหตุผล หากท่านมีข้อสงสัยในการปฏิเสธ ท่านสามารถสอบถามมายังบริษัทได้ หากท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเห็นว่าบริษัทปฏิบัติต่อสิทธิของท่านไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขของกฎหมาย ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้
9. การเปลี่ยนแปลงประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทขอสงวนสิทธิในการแก้ไข เพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือปรับเปลี่ยนประกาศนี้ เท่าที่กฎหมายอนุญาต เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงของการให้บริการ การดำเนินงานของบริษัท และข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นจากเจ้าของข้อมูล โดยบริษัทจะประกาศแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้ท่านทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท หากการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นสาระสำคัญของประกาศนี้ ก่อนจะเริ่มดำเนินการเปลี่ยนแปลง
10. การติดต่อสอบถามหรือใช้สิทธิของท่าน
หากท่านมีข้อเสนอแนะ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการขอใช้สิทธิตามประกาศฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อบริษัท และ/หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านช่องทางดังนี้
- ติอต่อศูนย์บริการลูกค้า : 02-483-8888
- ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection office : DPO) ทางอีเมล : DPO@muangthaicap.com
- ติดต่อสำนักงานใหญ่ : บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
เลขที่ 332/1 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางพลัด
เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700

