5 วิธีรับมือค่าครองชีพสูงขึ้น แต่เงินเดือนเท่าเดิม
ในยุคที่ของแพงขึ้นแทบทุกอย่าง แต่รายได้เท่าเดิม การบริหารเงินให้ "รอด" ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เกิดจากการวางแผนที่ดีวันนี้เรามี 5 วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น และไม่ต้องปวดหัวเรื่องเงินอีกต่อไป
1. แยกสิ่งที่ “จำเป็น” ออกจากสิ่งที่ “อยากได้”
กฎเหล็กข้อแรกคือการแยกแยะ Needs (สิ่งที่ต้องมี) เช่น ค่าอาหาร ค่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ ออกจาก Wants (สิ่งที่แค่อยากได้) เช่น กาแฟแก้วหรูหรือเสื้อผ้าตามเทรนด์
- ลองทำดู: ก่อนจะจ่ายเงินซื้ออะไร ให้ถามตัวเอง 3 รอบว่า "ถ้าไม่มีสิ่งนี้ เราจะใช้ชีวิตลำบากไหม?" ถ้าคำตอบคือไม่ ให้เบรกตัวเองไว้ก่อนครับ
2. วางแผนรายจ่ายเป็นรายเดือน
อย่าปล่อยให้เงินไหลออกโดยไม่รู้ตัว การทำงบประมาณรายจ่าย จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมว่าเดือนนี้ต้องจ่ายเท่าไหร่ และเหลือเก็บเท่าไหร่
3. มีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน (ค่าครองชีพสูง = ความเสี่ยงสูง)
ในวันที่ค่าครองชีพสูง ความเสี่ยงก็สูงตาม หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น ตกงานหรือเจ็บป่วย เงินสำรองควรมีอย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน
- ตัวช่วยลดความเสี่ยง: นอกจากเงินออมแล้ว การมีประกันติดตัวไว้ จะช่วยรองรับค่าใช้จ่ายยามฉุกเฉิน ทำให้เงินออมของคุณไม่ต้องถูกดึงออกมาใช้จนหมด
4. ใช้สินเชื่ออย่างมีสติ เมื่อจำเป็นจริงๆ
สินเชื่อไม่ใช่เรื่องน่ากลัวถ้าเรา "ใช้เป็น" ควรเลือกกู้เมื่อต้องการนำไปต่อยอดอาชีพหรือแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเท่านั้น
- เลือกที่ไว้ใจได้: หากจำเป็นต้องใช้เงินก้อน ควรเลือกสินเชื่อในระบบที่ถูกกฎหมาย เช่น สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ หรือ สินเชื่อโฉนดที่ดิน ของเมืองไทย แคปปิตอล ดอกเบี้ยเป็นธรรม สัญญาโปร่งใส และไม่ต้องพึ่งหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยโหด
5. มองหาทางเพิ่มสภาพคล่อง
ในวันที่เงินหมุนไม่ทัน อย่าเพิ่งท้อใจ ลองมองหาสิ่งที่มีอยู่รอบตัวมาสร้างโอกาส
- เปลี่ยนทรัพย์สินเป็นทุน: หากคุณมีเล่มทะเบียนรถหรือโฉนดที่ดินที่ไม่ได้ทำอะไร สามารถนำมาขอสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่องได้ รถยังมีขับ ที่ดินยังอยู่ แต่คุณมีเงินก้อนมาช่วยให้ชีวิตเดินหน้าต่อได้ไม่สะดุด ค้นหาสาขาใกล้คุณ