3 รูรั่วที่แม่ค้าต้องอุดด่วน!


ขายดี…แต่เงินหายไปไหนหมด? ขายของทุกวัน ลูกค้าก็เข้า ยอดขายก็ดูดี แต่พอถึงสิ้นเดือนกลับเหลือเงินไม่เท่าไร หลายคนอาจเคยสงสัยว่า “ขายดีขนาดนี้ แล้วกำไรหายไปไหนหมด?” บางครั้งปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ขายได้น้อย แต่อยู่ที่มี “ รูรั่วเล็ก ๆ” ในร้านที่ค่อย ๆ กินกำไรไปโดยไม่รู้ตัว ลองเช็กกันดูว่า ร้านของคุณมี 3 รูรั่วนี้หรือไม่ ?

ขายได้ปุ๊บก็หยิบเงินจากลิ้นชักไปซื้อข้าว จ่ายค่าโทรศัพท์ ซื้อของใช้ส่วนตัว หรือมีค่าใช้จ่ายอะไรก็หยิบจากเงินร้านก่อน พอถึงเวลาต้องซื้อวัตถุดิบหรือสรุปกำไร กลับไม่รู้ว่าเงินจริง ๆ ของร้านเหลือเท่าไร

วิธีอุด: แยกกระเป๋าเงินให้ชัดเจน

ลองแยกเงินออกเป็น 2 ส่วนให้ชัดตั้งแต่แรก เงินร้าน ใช้สำหรับซื้อวัตถุดิบ จ่ายค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับร้านส่วน เงินเรา คือเงินที่แบ่งออกมาเป็นค่าตอบแทนสำหรับตัวเอง

เมื่อแยกเงินชัดเจน จะช่วยให้รู้ว่าร้านทำกำไรจริงเท่าไร และลดปัญหาหยิบเงินร้านไปใช้จนเงินหมุนไม่ทัน

“เพิ่มให้อีกนิดไม่เป็นไร” “ลูกค้าประจำ ให้เยอะหน่อย”

ฟังดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าทำทุกจาน ทุกแก้ว และทุกวัน ของที่เพิ่มเพียงเล็กน้อยอาจกลายเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ในระยะยาว สมมติว่าเพิ่มวัตถุดิบให้ลูกค้าเพียงจานละไม่กี่บาท แต่ขายวันละหลายสิบหรือหลายร้อยจาน เมื่อรวมกันทั้งเดือน เงินที่หายไปอาจมากกว่าที่คิด

วิธีอุด: ตวงของให้ได้มาตรฐานเท่ากันทุกครั้ง

กำหนดปริมาณวัตถุดิบให้ชัด เช่น หนึ่งจานใช้กี่กรัม หนึ่งแก้วใช้กี่ช้อน หรือหนึ่งชุดใช้ของกี่ชิ้น นอกจากช่วยคุมต้นทุนแล้ว ยังทำให้ลูกค้าได้รับสินค้าในมาตรฐานเดียวกันทุกครั้ง

ใจดีกับลูกค้าได้ แต่อย่าใจร้ายกับกระเป๋าตัวเอง ถ้าอยากให้ของแถม อาจกำหนดเป็นโปรโมชันหรือเงื่อนไขให้ชัด จะช่วยควบคุมต้นทุนได้ง่ายกว่า

ผักที่เหี่ยวจนต้องทิ้ง เนื้อที่ซื้อมาเยอะเกินไป ของสดที่หมดอายุ หรืออาหารที่ทำไว้แล้วขายไม่หมด ของเหล่านี้อาจดูเหมือนขยะธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วคือ เงินทุนของร้านที่ถูกทิ้งลงถังขยะ ยิ่งร้านมีของเหลือทิ้งบ่อยเท่าไร กำไรก็ยิ่งลดลงโดยไม่รู้ตัว

วิธีอุด: จดว่าอะไรขายดี อะไรเหลือเยอะ

ไม่จำเป็นต้องทำบัญชีซับซ้อน เพียงจดสั้น ๆ ทุกวันว่า

  • วันนี้เมนูไหนขายดี
  • เมนูไหนขายช้า
  • วัตถุดิบอะไรเหลือเยอะ
  • วันไหนลูกค้าเยอะหรือน้อยกว่าปกติ

เมื่อมีข้อมูลสักระยะ จะเริ่มเห็นว่าควรสั่งของมากหรือน้อยแค่ไหนในแต่ละวัน สั่งของให้พอดีกับยอดขาย ก็ช่วยลดของเสีย ลดต้นทุน และไม่ต้องมี “กำไรที่เน่าคาตู้เย็น”

กำไรของร้านไม่ได้เพิ่มขึ้นจากการขายให้ได้มากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการบริหารต้นทุนให้ดีด้วย

แยกเงินร้านกับเงินส่วนตัวให้ชัด
กำหนดปริมาณสินค้าให้เป็นมาตรฐาน
และจดของเหลือเพื่อวางแผนสต๊อกให้พอดี

รูรั่วแต่ละรูอาจดูเล็ก แต่เมื่ออุดได้ครบ เงินที่เคยหายไปทีละนิดก็อาจกลับมาเป็นกำไรที่เห็นชัดขึ้นในแต่ละเดือน เพราะสำหรับคนทำมาค้าขาย หาเงินเก่งเป็นเรื่องสำคัญ แต่รักษาเงินให้อยู่ก็สำคัญไม่แพ้กัน

line