ประกาศวันหยุดประจำปี 2569
**หมายเหตุ หากมีการเปลี่ยนแปลงทางบริษัทฯจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง**
**หมายเหตุ หากมีการเปลี่ยนแปลงทางบริษัทฯจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง**
เมืองไทย แคปปิตอล สานต่อโครงการ “เมืองไทยร่วมใจ มอบให้ชุมชน” ประจำปี 2568 ได้มอบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดปัตตานี จำนวนรวม 20 คัน รวมมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท โดยวัตถุประสงค์ของโครงนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครใช้ในการลงพื้นที่ให้บริการประชาชน นำส่งเวชภัณฑ์ ยารักษาโรคให้แก่ผู้ป่วยตามบ้านเรือน รวมถึงรับ-ส่งผู้ป่วยสูงอายุ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบสาธารณสุข และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนในชุมชน โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งในการวางรากฐาน นำไปสู่การยกระดับ พัฒนาระบบสาธารณสุขชุมชนอย่างยั่งยืน
การมีเงินมากหรือน้อย ไม่สำคัญเท่ากับการรู้จักจัดการเงินอย่างมีวินัย แต่หลายคนยังมีพฤติกรรมที่ทำให้การเงินสะดุดโดยไม่รู้ตัว ลองมาดูกันว่ามีพฤติกรรมใดบ้างที่ควรหลีกเลี่ยง หากอยากมีสุขภาพการเงินที่ดีในระยะยาว 1. ไม่มีวินัยในการเก็บออม การออมคือพื้นฐานของความมั่นคงทางการเงิน แต่ถ้าไม่มีวินัย ก็เท่ากับว่าเงินที่ควรเก็บเพื่ออนาคต อาจหายไปกับการใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ในปัจจุบัน ดังนั้นควร “ออมก่อนใช้” เป็นหลัก 2. รสนิยมสูงสวนทางกับรายได้ การใช้เงินเกินตัวเพื่อรักษารสนิยม หรืออยากตามกระแสหรูหรา เป็นกับดักที่ทำให้เงินไม่พอใช้ และอาจพาไปสู่การก่อหนี้ได้ง่าย ทางที่ดีควรใช้ชีวิตให้เหมาะสมกับรายได้จริง แล้วค่อยขยับมาตรฐานชีวิตขึ้นเมื่อการเงินพร้อม 3. ไม่วางแผนรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ชีวิตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ โรคภัย หรือการสูญเสียรายได้ หากไม่มีเงินสำรองฉุกเฉินหรือแผนรับมือที่ดี อาจทำให้สถานการณ์เล็กน้อยกลายเป็นวิกฤติใหญ่ได้การเตรียมแผนรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน จึงสำคัญมาก 4. ตั้งเป้าหมายไม่ชัดเจน หากไม่มีเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน เช่น อยากเก็บเงินซื้อบ้าน ใช้หนี้ หรือเกษียณอายุอย่างไร การใช้จ่ายและการออมก็จะไร้ทิศทาง ทำให้หมดแรงจูงใจในที่สุด การตั้งเป้าหมายชัดเจนจะช่วยให้คุณเดินทางการเงินได้มั่นคงกว่าเดิม หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ตั้งแต่วันนี้ แล้วคุณจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในอนาคต การจัดการเงินไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่ต้องอาศัย วินัย ความพอเพียง และเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อสร้างชีวิตทางการเงินที่มั่นคงและยั่งยืน
การมีหนี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าไม่มีการวางแผนจัดการที่ดี หนี้อาจกลายเป็นภาระหนักที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตได้ การปลดหนี้ให้เร็วที่สุดคือการสร้างอิสระทางการเงินและคืนความสบายใจให้กับตัวเอง มาลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้กัน 1. ประเมินสถานะหนี้สิน เริ่มจากการรู้จักหนี้ของตัวเองให้ชัดเจน การรู้จัก “ภาพรวม” หนี้ที่แท้จริง จะช่วยให้คุณเห็นว่า ควรจัดลำดับการชำระหนี้ใดก่อน-หลัง 2. ตั้งเป้าหมายปลดหนี้ การปลดหนี้จะทำได้จริง ต้องมีเป้าหมายชัดเจน เช่น การมีเป้าหมายจะช่วยสร้างแรงจูงใจ และทำให้คุณโฟกัสกับการชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่อง 3. จัดการค่าใช้จ่ายรายเดือน เมื่อมีรายได้เข้ามา ควรจัดสรรเงิน “เพื่อปลดหนี้” เป็นอันดับแรก ยิ่งคุณลดค่าใช้จ่ายได้มากเท่าไหร่ เงินที่นำไปปลดหนี้ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย 4. หารายได้เสริม การเพิ่มรายได้คืออีกวิธีที่ช่วยปลดหนี้ได้ไวขึ้น แม้จะเป็นรายได้เล็กน้อย แต่เมื่อรวมกับการควบคุมค่าใช้จ่าย ก็ช่วยให้หนี้หมดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 5. ติดตามและปรับแผน การวางแผนไม่ใช่สิ่งตายตัว คุณควรตรวจสอบผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง ความยืดหยุ่นจะช่วยให้คุณก้าวไปถึงเป้าหมายการปลดหนี้ได้จริง การปลดหนี้ไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณ รู้จักประเมินสถานะหนี้ ตั้งเป้าหมายชัดเจน ควบคุมค่าใช้จ่าย หารายได้เสริม และติดตามแผนอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่สุดคือ “วินัย” และ “ความตั้งใจ” เพราะนี่คือกุญแจที่จะพาคุณไปสู่ชีวิตที่ไร้หนี้และมีอิสระทางการเงินอย่างแท้จริง
ในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นทุกวัน หลายคนเริ่มมองหา “อาชีพเสริม” เพื่อเพิ่มรายได้และสร้างความมั่นคงทางการเงิน แต่ปัญหาคือ…จะเริ่มต้นยังไงดี? ลองมาดู 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ ขั้นตอนที่ 1 ลิสต์สิ่งที่ตัวเองชื่นชอบและทำได้ดี เริ่มจากการถามตัวเองว่า “เราถนัดอะไร?” และ “เราชอบอะไร?”เพราะการทำสิ่งที่ถนัดหรือสนใจอยู่แล้ว จะช่วยให้คุณทำงานเสริมได้นานโดยไม่รู้สึกเบื่อ เช่น ถ้าชอบทำอาหาร อาจเริ่มจากการขายขนมออนไลน์ หรือถ้าถนัดด้านการสอน อาจเริ่มทำคอร์สสอนพิเศษ ขั้นตอนที่ 2 คัดเลือกสิ่งที่ทำแล้วไม่กระทบกับงานหลัก อาชีพเสริมควรเป็นสิ่งที่เสริมชีวิต ไม่ใช่สร้างภาระจนทำให้งานประจำเสียหาย ลองเลือกงานที่สามารถจัดการเวลาได้ง่าย เช่น การบาลานซ์ระหว่างงานหลักและงานเสริมคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณไปต่อได้ยาว ๆ ขั้นตอนที่ 3 ลงมือทำ เมื่อเลือกได้แล้ว อย่ารอให้โอกาสหลุดลอยไป เริ่มจากเล็ก ๆ ก่อน เช่น เปิดเพจขายของ ทดลองสอนออนไลน์ หรือรับงานฟรีแลนซ์เล็ก ๆ แม้จะยังไม่เห็นรายได้ก้อนโตในทันที แต่สิ่งที่คุณจะได้คือ ประสบการณ์ ความเข้าใจตลาด และทักษะใหม่ ๆ ที่ต่อยอดให้กลายเป็นรายได้หลักได้ในอนาคต อาชีพเสริมไม่จำเป็นต้องเริ่มใหญ่เสมอไป แค่รู้จักตัวเอง เลือกสิ่งที่เหมาะสม […]
การออมเงินไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ง่ายสำหรับหลายคน เพราะทุกวันนี้มีสิ่งล่อตาล่อใจเต็มไปหมด ทั้งโปรโมชันลดราคา หรือการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่สะดวก รวดเร็ว จนบางครั้งทำให้เราขาดสติใช้จ่ายโดยที่ไม่จำเป็น รู้ตัวอีกทีรายได้ก็ไม่พอกับรายจ่ายแล้ว ลองมาทำ “ชาเลนจ์ เปลี่ยน 4 พฤติกรรม ให้มีเงินเหลือเก็บ” เพื่อสร้างวินัยทางการเงิน และดูสิว่าจะทำให้คุณมีเงินเหลือเก็บเพิ่มขึ้นแค่ไหน 1. วางแผนการใช้จ่ายทุกครั้ง เริ่มจากการจดบันทึกรายรับ–รายจ่ายในแต่ละวัน แล้วตั้งงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเช่า และกันเงินเก็บไว้ทันที วิธีนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและหลีกเลี่ยงการใช้เงินไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น 2. ใช้ขนส่งสาธารณะหรือแชร์การเดินทาง การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวอาจสะดวก แต่ก็มาพร้อมค่าใช้จ่ายที่สูง ทั้งค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน และค่าซ่อมบำรุง ลองเปลี่ยนมาใช้ขนส่งสาธารณะ หรือแชร์การเดินทางกับเพื่อนร่วมงาน/ครอบครัว คุณจะประหยัดเงินได้เดือนละหลายร้อยไปจนถึงหลายพันบาท 3. ลดการทานข้าวนอกบ้าน อาหารนอกบ้านจานหนึ่งอาจดูไม่แพง แต่ถ้าทานทุกวันรวมแล้วเป็นเงินก้อนใหญ่ ลองเปลี่ยนมาทำอาหารง่าย ๆ ที่บ้าน หรือพกข้าวกล่องไปทำงาน นอกจากประหยัดเงินแล้ว ยังได้สุขภาพที่ดีขึ้นด้วย 4. ลดการใช้บัตรเครดิต บัตรเครดิตเป็นดาบสองคม ใช้ดีก็ได้ประโยชน์ แต่ถ้าใช้เกินตัวก็กลายเป็นหนี้ที่บานปลายได้ ลองท้าตัวเองใช้เงินสดหรือเดบิตการ์ดแทน จะช่วยให้คุณ “เห็นเงินออกจากกระเป๋าแบบจริง ๆ” […]
ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้กล่าวโทษบริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด กล่าวคือ (1) บริษัททำสัญญาปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนชำระหนี้ของสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยการปิดสัญญาเดิม และนำดอกเบี้ยคงค้างและค่าธรรมเนียมตามสัญญาเดิมมารวมเป็นเงินต้นตามสัญญาใหม่แล้วคิดดอกเบี้ยบนดอกเบี้ยคงค้างและหรือค่าธรรมเนียมในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้นอีก อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่องสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 12/2563 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 13/2566 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2566 และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ […]
อุบัติเหตุคือสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วผลกระทบอาจเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณและครอบครัวได้ในพริบตา การมีประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) คือหนึ่งในวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณ “พร้อม” รับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยไม่ต้องแบกรับภาระเพียงลำพัง 3 เหตุผลที่คุณควรมีประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล 1.ไม่ทิ้งภาระให้คนข้างหลัง หากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น การเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ประกันอุบัติเหตุจะจ่ายเงินก้อน ให้กับครอบครัวหรือผู้รับผลประโยชน์ ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เพราะความรัก…คือการเตรียมพร้อม แม้ในวันที่คุณไม่อยู่ 2.เบี้ยถูก ความคุ้มครองสูง คุ้มค่ากับทุกบาทที่จ่าย เพราะอุบัติเหตุไม่เลือกเวลาเกิด แต่เลือกปกป้องตัวเองได้เสมอ 3.ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก อย่ารอให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด! สร้างความมั่นใจให้กับชีวิตและครอบครัว ด้วยการเลือก ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล กับเมืองไทย แคปปิตอล สนใจซื้อ คลิก
ในโลกยุคปัจจุบันที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พฤติกรรมการใช้จ่ายที่ไม่วางแผนอาจทำให้ชีวิตสะดุดได้โดยไม่รู้ตัว การใช้จ่ายอย่างมีสติจึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญที่ทุกคนควรมี ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียน นักศึกษา มนุษย์เงินเดือน หรือเจ้าของกิจการ วันนี้ร้องใกล้ชิดขอพามาดู 4 แนวทางง่าย ๆ ที่จะช่วยให้ “ใช้เงินอย่างมีเป้าหมาย” และสร้างชีวิตที่มั่นคงมากขึ้นในทุก ๆ วัน 1 ตั้งงบประมาณก่อนใช้จ่าย ก่อนที่เราจะเริ่มต้นเดือนใหม่ ควรมีการวางแผนงบประมาณให้ชัดเจนว่า แต่ละหมวดหมู่ของรายจ่ายจะต้องใช้เงินเท่าไร เช่น: การตั้งงบล่วงหน้าจะช่วยให้รู้ว่ามีเงินใช้เท่าไหร่ในแต่ละหมวดหมู่ และยังช่วยให้ควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลายในช่วงปลายเดือน ที่สำคัญคือ…จะช่วยให้คุณไม่ต้อง “รอเงินเดือนออกแบบลุ้นๆ” อีกต่อไป 2 ซื้อสิ่งที่จำเป็นก่อน ของที่ “อยากได้” กับของที่ “จำเป็น” มักจะมาต่อคิวในชีวิตเราเสมอแต่ถ้าเรายังไม่แยกสองสิ่งนี้ออกจากกันให้ชัดเจน เราอาจเผลอใช้เงินไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นก่อน แล้วทำให้เงินไม่พอสำหรับของที่จำเป็นจริง ๆก่อนจะจ่ายเงิน ลองถามตัวเองว่า: “สิ่งนี้จำเป็นไหม?” “ถ้ายังไม่ซื้อตอนนี้ จะมีผลกระทบอะไรหรือเปล่า?” ถ้าเราซื้อที่สิ่งจำเป็นให้เสร็จก่อน จะช่วยให้การเงินของเราไม่สะดุด และยังรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นในแต่ละวัน 3 หลีกเลี่ยงการกู้ยืม หากไม่จำเป็นจริงๆ การกู้เงิน หรือการใช้บัตรเครดิต อาจดูเหมือนทางเลือกที่สะดวกในช่วงเวลาขาดสภาพคล่อง แต่หากเราใช้โดยไม่คิดให้รอบคอบ อาจกลายเป็นภาระหนี้ระยะยาวที่ทำให้เราเครียดในอนาคตได้ จำไว้ว่า…หนี้ที่ดีคือหนี้ที่ช่วยสร้างมูลค่าให้ชีวิต เช่น การลงทุนในความรู้ […]
ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวนและมีแต่ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ “เงินออม” กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม ลองมาดูกันว่า…จะเกิดอะไรขึ้นบ้างถ้าคุณใช้ชีวิตโดยไม่เก็บเงินเลยแม้แต่นิดเดียว ชีวิตเต็มไปด้วยความเครียด เมื่อไม่มีเงินสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ทุกปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเงินจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที ไม่ว่าจะเป็นรถเสีย เจ็บป่วยกะทันหัน หรือค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้คาดคิด จะทำให้คุณเครียดและวิตกกังวลอย่างหนัก อาจมีหนี้สินเพิ่มไปเรื่อยๆ คนที่ไม่มีเงินออม มักต้องพึ่งพาบัตรเครดิตหรือเงินกู้ในยามฉุกเฉิน ซึ่งกลายเป็นการสร้างหนี้โดยไม่ตั้งใจ และหากไม่มีการจัดการที่ดี หนี้เหล่านี้จะสะสมจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ในระยะยาว ทำให้คุณสูญเสียทั้งโอกาสและความมั่นคงทางการเงิน ไม่มีแผนเกษียณ คุณอาจยังไม่รู้สึกถึงปัญหานี้ในวันนี้ แต่หากไม่มีการวางแผนเก็บออมเพื่ออนาคตเลย เมื่อถึงวัยเกษียณ คุณอาจไม่มีเงินใช้ ต้องพึ่งพาผู้อื่นหรือทำงานหนักต่อไป ทั้งที่ร่างกายอาจไม่เอื้ออำนวยแล้ว การไม่มีเงินออมจึงเท่ากับการไม่มีอิสรภาพในบั้นปลายชีวิต ขาดความเสรีภาพในการตัดสินใจ ลองจินตนาการดูว่าถ้าคุณอยากเปลี่ยนงาน หยุดพักผ่อน หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แต่ทำไม่ได้เพราะไม่มีเงินพอรองรับความเปลี่ยนแปลง ชีวิตจะน่าอึดอัดแค่ไหน เงินออมคือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณมีทางเลือกมากขึ้น และไม่ต้องทนอยู่กับสิ่งที่ไม่ใช่เพียงเพราะ “กลัวไม่มีเงิน” การไม่มีเงินออมอาจไม่ส่งผลในทันที แต่ในระยะยาว มันสามารถกัดกร่อนความมั่นคง ความสุข และเสรีภาพในชีวิตของคุณได้อย่างช้าๆ การเริ่มต้นเก็บออมแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตของคุณได้ อย่ารอให้ถึงวันที่ “ต้องการเงิน” แล้วจึงเริ่มต้น เพราะบางครั้ง…มันอาจสายเกินไป แต่แม้ว่า “การออม” จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เราเข้าใจว่าบางครั้งชีวิตก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น หากคุณยังไม่มีเงินสำรองและจำเป็นต้องใช้เงินด่วนจริงๆ การขอสินเชื่ออย่างมีสติและวางแผนให้รอบคอบ ก็อาจเป็นทางเลือกชั่วคราวที่ช่วยประคับประคองสถานการณ์ได้ เมืองไทย แคปปิตอล ขอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยคุณได้ […]
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายคนเริ่มสังเกตเห็นว่าโลกของเรากำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อากาศร้อนจัด ฝนตกหนักผิดฤดูกาล ภัยธรรมชาติเกิดบ่อยขึ้น ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือที่หลายคนเรียกว่า “ภาวะโลกร้อน” 🌡️ ผลกระทบที่เราสัมผัสได้จริง 1.น้ำท่วมและภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น ฤดูกาลเริ่มไม่แน่นอน ฝนตกหนักเกินไปในบางพื้นที่ ขณะที่บางพื้นที่กลับแห้งแล้งเกินควร ปัญหาเหล่านี้ส่งผลต่อทั้งชีวิตความเป็นอยู่และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม 2.สัตว์บางชนิดเสี่ยงสูญพันธุ์ อุณหภูมิที่เปลี่ยนไป ทำให้ถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติของสัตว์บางชนิดหายไป พวกมันไม่สามารถปรับตัวได้ทัน และอาจหายไปจากโลกนี้อย่างถาวร 3. โรคอุบัติใหม่และการแพร่ระบาดของเชื้อโรค สภาพอากาศที่ร้อนจัดหรือชื้นผิดปกติเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเติบโตของเชื้อโรคบางชนิด ทำให้เกิดโรคใหม่ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ 4. ความมั่นคงทางอาหารลดลง เมื่อดินและน้ำได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ การเพาะปลูกอาหารก็ยากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การขาดแคลนอาหารในระยะยาว 🌱 เราทุกคนมีส่วนช่วยได้ แม้เราจะไม่สามารถหยุดการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ทันที แต่เราสามารถ “ชะลอ” และ “ลดผลกระทบ” ได้ ผ่านการปรับพฤติกรรมเล็กๆ เช่น:
การขายของไม่ใช่แค่ขายดีอย่างเดียวถึงจะรวย แต่การ “จัดการเงิน” ให้เป็นก็สำคัญไม่แพ้กัน หลายร้านขายของได้ทุกวัน แต่กลับไม่รู้ว่าได้กำไรหรือขาดทุน เพราะไม่ได้วางระบบเรื่องเงินให้ดี วันนี้เรามีเคล็ดลับง่าย ๆ สำหรับพ่อค้าแม่ค้ามาฝาก ทำตามได้เลย ไม่ต้องเก่งบัญชีก็จัดการเงินได้ 1. แยกเงินส่วนตัวกับเงินในร้าน สิ่งที่พลาดกันบ่อยที่สุดคือการใช้เงินที่ค้าขายภายในร้านไปใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ขายของได้ 2,000 บาท แล้วหยิบไปซื้อกับข้าว หรือของใช้ในบ้านโดยไม่แยกให้ชัด การทำแบบนี้จะไม่สามารถรู้เลยว่าแต่ละวันร้านขายได้กำไรหรือขาดทุน สิ่งที่ควรทำ: ตั้งกล่องเงินแยก หรือเปิดบัญชีธนาคารเฉพาะสำหรับร้านค้า จะช่วยให้ดูแลเงินได้ง่ายขึ้น 2. บันทึกรายรับรายจ่ายทุกวัน ไม่ต้องใช้โปรแกรมซับซ้อน แค่สมุดจดเล่มเล็ก ๆ หรือใช้แอปมือถือที่โหลดฟรี ก็พอแล้ว แค่จดให้ครบว่า… วันนี้ขายได้เท่าไหร่ / มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เช่น ค่าของ ค่ารถ ค่าไฟ ค่าจ้างลูกจ้าง ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนว่า “ร้านมีรายจ่ายเท่าไหร่” ทำให้ตัดหรือลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นได้ง่ายขึ้น 3. ตรวจสอบเงินทุกวันก่อนปิดร้าน ก่อนปิดร้านแต่ละวัน ลองเช็กดูว่า วันนี้ขายได้เท่าไหร่ ใช้เงินไปกับอะไรบ้าง แล้วเหลือเงินเท่าไหร่ วิธีนี้จะช่วยให้คุณรู้ทันทีว่า “วันนี้กำไรหรือขาดทุน” ถ้าขาดทุนติดต่อกันหลายวัน […]